หอไอเฟลไม่ใช่แค่เพียงอนุสรณ์สถานเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของกรุงปารีสอีกด้วย! หอไอเฟลแห่งนี้มีความสูงที่น่าประทับใจที่ 1,083 ฟุต โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นนิทรรศการชั่วคราวสำหรับงาน World’s Fair ในปี 1889


ปัจจุบัน หอไอเฟลเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่มีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดในโลก โดยมีผู้เยี่ยมชมมากกว่า 7 ล้านคนต่อปี คุณพร้อมที่จะสำรวจหอไอเฟลในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนหรือยัง? มาดำดิ่งสู่ความสนุกและการผจญภัยที่รอคุณอยู่กันเถอะ!


การเดินทาง


การเดินทางไปยังหอไอเฟลนั้นง่ายดายมาก! สถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุดคือ Bir-Hakeim (สาย 6) และ Trocadéro (สาย 9) ทั้งสองสถานีอยู่ห่างออกไปเพียงระยะเดินสั้นๆ ซึ่งคุณจะได้พบกับทิวทัศน์อันสวยงามเมื่อคุณเดินเข้าไปใกล้ นอกจากนี้ คุณยังสามารถขึ้นรถไฟ RER สาย C ไปยัง Champs de Mars – Tour Eiffel ได้อีกด้วย หากคุณต้องการเดินทางด้วยรถบัส สาย 42, 69, 82 และ 87 จะพาคุณไปใกล้ๆ หรือหากต้องการชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามกว่า ให้ขึ้นเรือล่องแม่น้ำแซนและลงเรือที่ฐานของหอคอย


วันที่ 1: การผจญภัยบนหอคอย


ตอนเช้า: เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการไปเยี่ยมชมสวนทร็อคคาเดโร่ (Trocadéro) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพหอไอเฟลที่สวยงามที่สุด มาถึงแต่เช้าเพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชนและเก็บภาพที่สวยงามพร้อมแสงยามเช้า


จากนั้นเดินทางไปยังหอคอย จองตั๋วล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการต่อแถวยาวที่ทางเข้า เลือกขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นสอง (ประมาณ 18-29 ยูโรต่อคน) หรือหากคุณรู้สึกอยากผจญภัย ให้ขึ้นบันได 674 ขั้นไปยังชั้นสอง (ประมาณ 11-20 ยูโร) การปีนขึ้นไปเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าเพราะมีจุดชมวิวมากมายให้คุณได้พักหายใจและถ่ายรูป


บ่าย: เมื่อถึงชั้นสองแล้ว ให้ชมทัศนียภาพอันกว้างไกลของกรุงปารีส ขึ้นไปบนยอดเขา (ต้องเสียค่าขึ้นลิฟต์เพิ่มอีก 10 ยูโร) และจิบเครื่องดื่มสักแก้ว วิว 360 องศาจากด้านบนนั้นช่างน่าทึ่งยิ่งนัก ทำให้คุณมองเห็นสถานที่สำคัญต่างๆ ของเมืองได้จากมุมสูง


เย็น: เมื่อพระอาทิตย์ตก ให้หาที่นั่งบน Champ de Mars ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่อยู่ตรงหน้าหอไอเฟล ทุกค่ำคืน หอคอยแห่งนี้จะเปล่งประกายระยิบระยับด้วยไฟระยิบระยับ 20,000 ดวงเป็นเวลา 5 นาทีทุกชั่วโมง เริ่มตั้งแต่พลบค่ำ เตรียมอาหารปิกนิกหรือเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มและชีสจากร้านค้าใกล้ๆ และชมหอคอยที่ส่องแสงบนท้องฟ้ายามค่ำคืน


วันที่ 2: สำรวจรอบๆ หอไอเฟล


เช้า: เริ่มต้นด้วยการเดินเล่นชิลล์ๆ ริมแม่น้ำแซน มุ่งหน้าไปยังสะพาน Pont de Bir-Hakeim อันเก่าแก่ ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์และทัศนียภาพอันงดงามของหอไอเฟล เป็นจุดโปรดของช่างภาพและผู้กำกับภาพยนตร์!


บ่าย: หลังจากดื่มด่ำกับทัศนียภาพริมแม่น้ำแล้ว ให้สำรวจ Musée du Quai Branly ซึ่งอยู่ห่างจากหอคอยเพียงไม่กี่นาที พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งรวมศิลปะและวัฒนธรรมพื้นเมืองอันล้ำค่า พร้อมมอบมุมมองอันน่าตื่นตาตื่นใจเกี่ยวกับมรดกทางศิลปะของโลก ตั๋วมีราคาประมาณ 12 ยูโรสำหรับผู้ใหญ่


เย็น: หากต้องการรับประทานอาหารค่ำสุดพิเศษ ให้ไปที่ Le Jules Verne ซึ่งเป็นร้านอาหารมิชลินสตาร์ที่ตั้งอยู่บนชั้นสองของหอไอเฟล แม้ว่าจะมีราคาแพง (เมนูเริ่มต้นที่ประมาณ 135-230 ยูโรต่อคน) แต่อาหารฝรั่งเศสเลิศรสที่ผสมผสานกับทัศนียภาพอันน่าทึ่งทำให้เป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต หรืออีกทางหนึ่ง ลองล่องเรือรับประทานอาหารค่ำริมแม่น้ำแซน (ราคาเริ่มต้น 60 ยูโร) เพื่อดื่มด่ำกับค่ำคืนสุดโรแมนติก พร้อมชมหอไอเฟลที่ส่องสว่างเส้นขอบฟ้า


ที่พัก


หากต้องการความหรูหรา ลองพิจารณา Shangri-La Hotel, Paris ซึ่งมีห้องพักพร้อมวิวหอไอเฟลโดยตรง (ราคาเริ่มต้น 1,000 ยูโรต่อคืน) หากต้องการตัวเลือกระดับกลาง Hotel La Comtesse (ราคาเริ่มต้นประมาณ 200 ยูโรต่อคืน) มีที่พักอันน่าดึงดูดใจซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงระยะเดินสั้นๆ นักท่องเที่ยวที่ประหยัดสามารถเลือกพักที่ Hôtel Eiffel Turenne (ราคาเริ่มต้น 120 ยูโรต่อคืน) ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องราคาที่เอื้อมถึงและทำเลที่ตั้งที่ยอดเยี่ยม


ร้านอาหารใกล้หอไอเฟล


หากต้องการทานอาหารว่างแบบด่วน ลองไปที่ Le Champ de Mars Café ซึ่งเป็นร้านอาหารบิสโทรบรรยากาศสบายๆ ที่ให้บริการอาหารฝรั่งเศสคลาสสิกในราคาสมเหตุสมผล (ประมาณ 20-30 ยูโรต่อคน) หากต้องการทานอาหารที่หรูหราขึ้น ให้ไปที่ Les Ombres ซึ่งมีระเบียงชมวิวหอไอเฟลอันน่าทึ่ง และเมนูอาหารที่ยอดเยี่ยม โดยราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 40 ยูโรต่อจาน


หอไอเฟลไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นประสบการณ์ที่ให้คุณได้สัมผัสกับแก่นแท้ของปารีสอีกด้วย การไปเยี่ยมชมหอไอเฟลถือเป็นการเดินทางอันแสนมหัศจรรย์ผ่านใจกลางเมือง ตั้งแต่ทัศนียภาพอันน่าทึ่งไปจนถึงอาหารฝรั่งเศสรสเลิศ เตรียมกระเป๋าของคุณ หยิบกล้องของคุณ และเตรียมตัวให้พร้อมที่จะหลงใหลไปกับความมหัศจรรย์ของหอไอเฟล!