ยุโรปมีชื่อเสียงในด้านประวัติศาสตร์อันยาวนาน สถาปัตยกรรมอันน่าดึงดูดใจ และทิวทัศน์ที่สวยงาม แต่ท่ามกลางมหาวิหารและปราสาทโบราณอันยิ่งใหญ่ กลับมีกระแสที่น่าแปลกใจเกิดขึ้น นั่นคือ บ้านเรือนที่มีสีสันฉูดฉาด
ตั้งแต่สีเหลืองสดใสไปจนถึงสีชมพูแสนสนุก ผนังอาคารสีสันสดใสเหล่านี้ช่วยเพิ่มความแปลกใหม่ให้กับเมืองต่างๆ ในยุโรป แต่ทำไมจึงมีบ้านเรือนสีสันสดใสมากมายในยุโรป?
มันไม่มีคำตอบที่แน่นอน แต่การผสมผสานที่น่าสนใจระหว่างประวัติศาสตร์ ความสามารถในการใช้งาน และประเพณีท้องถิ่นได้มีส่วนทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่มีชีวิตชีวานี้ มาเจาะลึกถึงเหตุผลบางประการเบื้องหลังถนนสีรุ้งเหล่านี้กัน!
1. แสงแดดและแสง: ในบางประเทศทางตอนใต้ของยุโรป สีสันสดใส เช่น สีขาว สีเหลือง และสีเหลืองอมน้ำตาลสะท้อนแสงแดด ทำให้บ้านเรือนเย็นสบายในช่วงฤดูร้อนที่ร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่เกาะกรีก ซึ่งบ้านเรือนที่ทาสีขาวเป็นจุดเด่นของภูมิทัศน์
2. นิทานพื้นบ้านเกี่ยวกับการตกปลา: ตามตำนานเล่าว่าชาวประมงในเมืองชายฝั่งบางแห่งทาสีบ้านของตนเป็นสีสันสดใสเพื่อให้มองเห็นได้ง่ายในทะเล โดยเฉพาะในช่วงที่มีหมอก แม้ว่าปัจจุบันอาจมีการถกเถียงถึงการประยุกต์ใช้จริง แต่ประเพณีสีสันสดใสยังคงดำเนินไปในสถานที่ต่างๆ เช่น เกาะบูราโน ใกล้กับเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี
3. ความภาคภูมิใจและความเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น: ในเมืองต่างๆ หลายแห่ง การทาสีบ้านด้วยสีที่แตกต่างกันช่วยส่งเสริมความรู้สึกถึงเอกลักษณ์ของชุมชน โดยแต่ละเฉดสีจะมีความเกี่ยวข้องกับครอบครัวหรือละแวกบ้านใดละแวกหนึ่งโดยเฉพาะ ทำให้ทัศนียภาพบนท้องถนนดูมีประวัติศาสตร์ท้องถิ่นมากขึ้น
4. การแสดงออกทางศิลปะ: เมื่อเวลาผ่านไป การใช้สีในบ้านได้พัฒนาเป็นรูปแบบหนึ่งของการแสดงออกทางศิลปะ เทศบาลหรือเจ้าของบ้านอาจเลือกจานสีเฉพาะเพื่อสร้างทัศนียภาพบนท้องถนนที่ดูกลมกลืนและสวยงาม ซึ่งเห็นได้ชัดจากบ้านสีพาสเทลในชิงเกว แตร์เร ประเทศอิตาลี
3 เมืองที่ต้องไปชมบ้านสีสันสดใสในยุโรป
ตอนนี้ คุณคงทราบแล้วว่าทำไมยุโรปจึงมีบ้านสีสันสดใสมากมาย เรามาสำรวจจุดหมายปลายทางที่สวยงาม 3 แห่งเพื่อสัมผัสกับปรากฏการณ์นี้ด้วยตัวเองกันดีกว่า
1. บูราโน ประเทศอิตาลี: บูราโนได้รับฉายาว่า "เกาะแห่งสีสัน" อยู่ห่างจากเวนิสไปเพียงนั่งเรือไปไม่ไกล บ้านเรือนเรียงรายกันเป็นแถวในคลองที่ทาสีชมพู เทอร์ควอยซ์ เขียว และส้มสดใส สร้างทัศนียภาพที่สวยงามสมบูรณ์แบบ ตำนานเล่าว่าชาวประมงทาสีบ้านเรือนของตนเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น แต่ปัจจุบัน ประเพณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความรักในสีสันและความมุ่งมั่นที่มีต่อมรดกของท้องถิ่น
2. Nyhavn โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก: ย่านริมน้ำในโคเปนเฮเกนซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 แห่งนี้เป็นงานฉลองทางสายตา บ้านเรือนสีสันสดใสแคบๆ เรียงรายอยู่ริมคลองสร้างบรรยากาศที่มีเสน่ห์และมีประวัติศาสตร์ เดิมที Nyhavn สร้างขึ้นสำหรับพ่อค้าผู้มั่งคั่งและขุนนาง ปัจจุบันอาคารที่ทาสีสันสดใสของ Nyhavn กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและเป็นจุดยอดนิยมสำหรับการรับประทานอาหารพร้อมชมวิว
3. Cinque Terre อิตาลี: Cinque Terre ซึ่งแปลว่า "ห้าแผ่นดิน" เป็นหมู่บ้านที่งดงาม 5 แห่งที่ตั้งอยู่บนหน้าผาริมริเวียร่าอิตาลี เมือง Manarola, Riomaggiore, Corniglia, Vernazza และ Monterosso al Mare ล้วนขึ้นชื่อในเรื่องบ้านสีสันสดใสที่ทอดยาวลงมาตามไหล่เขาสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่เป็นประกายระยิบระยับ สีสันสดใสเหล่านี้ช่วยเพิ่มความสวยงามตระการตาให้กับแนวชายฝั่ง ทำให้ Cinque Terre กลายเป็นสวรรค์ของช่างภาพ
ในขณะที่เมืองทั้งสามแห่งนี้มอบความงดงามตระการตาให้กับบ้านเรือนสีสันสดใสของยุโรป ยังมีอัญมณีล้ำค่าที่ซ่อนอยู่มากมายรอให้คุณไปค้นพบ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนสีพาสเทลในเมืองเบอร์เกน ประเทศนอร์เวย์ หรืออาคารบ้านเรือนสีสันสดใสในย่านมาลา สตรานา กรุงปราก ยุโรปก็เต็มไปด้วยทัศนียภาพถนนหนทางหลากสีสัน ดังนั้น เตรียมรองเท้าเดินป่าของคุณให้พร้อม สัมผัสความมหัศจรรย์ และเตรียมใจให้หลงใหลไปกับสีสันรุ้งที่ประดับประดาเมืองต่างๆ ในยุโรป