การผจญภัยครั้งล่าสุดของเราพาเราไปที่ร้อยเอ็ด จังหวัดที่มีเสน่ห์ในภาคอีสานของประเทศไทย ซึ่งเราพบว่าตัวเองหลงใหลในหอคอยร้อยเอ็ด


แลนด์มาร์คสมัยใหม่แห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลางทางสายตาที่สะดุดตาเท่านั้น แต่ยังเป็นประตูสู่ประสบการณ์ในท้องถิ่นมากมายอีกด้วย


นี่คือภาพรวมของการเดินทางอันน่าตื่นเต้นของเราและสิ่งที่คุณคาดหวังได้เมื่อมาเยี่ยมชมหอคอยร้อยเอ็ด


สุดยอดสถาปัตยกรรมสมัยใหม่


หอคอยร้อยเอ็ดมีความสูงถึง 104 เมตร นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของตัวเมืองและชนบทอันอุดมสมบูรณ์ การออกแบบหอคอยซึ่งชวนให้นึกถึงเจดีย์แบบไทยดั้งเดิมผสมผสานความทันสมัยเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมได้อย่างสวยงาม


เมื่อเราเดินขึ้นหอคอย เราจะพบกับทิวทัศน์ 360 องศาที่สวยงามตระการตาที่ทอดยาวสุดสายตา นับเป็นจุดที่สมบูรณ์แบบสำหรับการถ่ายภาพที่น่าประทับใจและดื่มด่ำไปกับทิวทัศน์อันเงียบสงบของร้อยเอ็ด


สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรม


หอคอยร้อยเอ็ดไม่ได้มีแค่ทิวทัศน์เท่านั้น ที่ฐานของหอคอย เราได้พบกับสวนสาธารณะอันสวยงามที่มีต้นไม้เขียวขจีและทางเดินที่เงียบสงบ พื้นที่รอบ ๆ หอคอยเหมาะสำหรับการเดินเล่นสบาย ๆ และเราได้เพลิดเพลินกับการปิกนิกยามบ่ายที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ สำหรับครอบครัว มีพื้นที่เล่นสำหรับเด็กและม้านั่งมากมายสำหรับพักผ่อน


ภายในหอคอยมีพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่จัดแสดงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของร้อยเอ็ด เราหลงใหลในนิทรรศการที่เน้นประเพณีท้องถิ่น โบราณวัตถุทางประวัติศาสตร์ และการพัฒนาของภูมิภาคในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หอคอยยังมีคาเฟ่ซึ่งเราได้เพลิดเพลินกับชาไทยเย็น ๆ สดชื่นขณะชมวิว


เวลาเปิดทำการและราคาตั๋ว


หอคอยร้อยเอ็ด เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 18.00 น. มีเวลาเหลือเฟือที่จะสำรวจและเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย ค่าเข้าชมค่อนข้างไม่แพง เพียง 50 บาท (ประมาณ 1.50 ดอลลาร์) ต่อคน ถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับประสบการณ์และทัศนียภาพที่ได้เห็น


ที่พัก: 101Hotel Roi Et


หากต้องการพักผ่อนอย่างสะดวกสบายใกล้ Roi Et Tower เราขอแนะนำ 101Hotel Roi Et โรงแรมแห่งนี้อยู่ห่างจากที่พักเพียงไม่กี่นาทีโดยรถยนต์ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยและการต้อนรับแบบไทยๆ ผสมผสานกันอย่างลงตัว The Royal Roi Et มีห้องพักที่ได้รับการตกแต่งอย่างดี สระว่ายน้ำ และห้องอาหารที่ให้บริการอาหารท้องถิ่นรสเลิศ


ราคาห้องพักเริ่มต้นที่ 1,200 บาท (ประมาณ 35 ดอลลาร์) ต่อคืนสำหรับห้องมาตรฐานเตียงคู่ ทำเลที่สะดวกและบริการที่ยอดเยี่ยมของโรงแรมทำให้การเข้าพักของเราเป็นที่น่าพอใจและไม่มีความเครียด


อาหารท้องถิ่น: การผจญภัยทางอาหาร


ทริปร้อยเอ็ดจะไม่สมบูรณ์หากไม่ได้ลิ้มลองอาหารท้องถิ่น เราได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศอาหารอันมีชีวิตชีวาของภูมิภาคนี้ โดยเริ่มจากข้าวผัดกะปิ ซึ่งเป็นข้าวผัดกุ้งรสชาติจัดจ้าน ที่ร้านอาหารท้องถิ่น อาหารจานนี้มีราคาประมาณ 80 บาท นอกจากนี้เรายังได้ลองส้มตำ ส้มตำรสเผ็ด ซึ่งมีรสชาติกลมกล่อมน่าลิ้มลองในราคาเพียง 60 บาท


สำหรับของหวาน เราได้แวะร้านขนมหวานเล็กๆ และเพลิดเพลินกับข้าวเหนียวมะม่วง ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมของไทย มะม่วงสุกหวานๆ ผสมผสานกับข้าวเหนียวมะพร้าวครีมมี่เป็นการปิดท้ายมื้ออาหารอันแสนอร่อยของเรา โดยราคาอยู่ที่ประมาณ 50 บาท


การเดินทางไปยังหอคอยร้อยเอ็ดของเราเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ เพราะไม่เพียงแต่ทำให้เราได้เห็นทัศนียภาพอันตระการตาเท่านั้น แต่ยังทำให้เราได้ชื่นชมวัฒนธรรมและอาหารท้องถิ่นอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น หอคอยแห่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการผสมผสานระหว่างประเพณีและความทันสมัยของภูมิภาคนี้ และเราขอแนะนำอย่างยิ่งให้หอคอยแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเดินทางของคุณ


ไม่ว่าคุณจะสำรวจหอคอย ลิ้มรสอาหารท้องถิ่น หรือพักผ่อนที่โรงแรม The Royal Roi Et ร้อยเอ็ดก็รับรองว่าคุณจะได้รับประสบการณ์การเดินทางที่ไม่เหมือนใครและคุ้มค่า