การเดินทางที่น่าจดจำในสถานที่ที่ดีที่สุดในการชมภูเขาไฟฟูจิ
เมื่อเราออกเดินทางเพื่อชมภูเขาไฟฟูจิอันสง่างาม เราก็ตั้งใจว่าจะไปชมจากทุกมุมที่เป็นไปได้ ตั้งแต่จุดชมวิวริมทะเลสาบอันเงียบสงบไปจนถึงจุดชมวิวแบบพาโนรามา ยอดเขาอันเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นแห่งนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลย
ต่อไปนี้คือสถานที่ที่ดีที่สุดที่เราค้นพบเพื่อชมความงามอันน่าทึ่งของภูเขาไฟฟูจิ
1. ฮาโกเนะ: สปาพร้อมวิว
จุดแวะพักจุดแรกของเราคือฮาโกเนะ ซึ่งไม่เพียงแต่มีชื่อเสียงในเรื่องบ่อน้ำพุร้อนเท่านั้น แต่ยังมีวิวภูเขาไฟฟูจิที่สวยงามอีกด้วย เราพักที่โรงแรม Hakone Kowakien Ten-yu อันหรูหรา ซึ่งบ่อน้ำพุร้อนสามารถมองเห็นวิวภูเขาแบบพาโนรามาได้ ราคาห้องพักเริ่มต้นที่ 60,000 เยนต่อคืน แต่ประสบการณ์นี้คุ้มค่ามาก เราใช้เวลาช่วงเช้าแช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งพร้อมชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือภูเขาไฟฟูจิ
เพื่อชมทิวทัศน์ที่สมบูรณ์แบบ เราจึงไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งฮาโกเนะ พิพิธภัณฑ์ศิลปะกลางแจ้งแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ 1-1 Hon-chou เมืองฮาโกเนะ เป็นจุดชมวิวที่ไม่เหมือนใครด้วยการผสมผสานระหว่างประติมากรรมและความงามตามธรรมชาติของพื้นที่ พิพิธภัณฑ์เปิดทุกวันตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 17.00 น. โดยมีค่าเข้าชม 1,600 เยน
2. ทะเลสาบทั้ง 5 แห่งฟูจิ: ภาพพาโนรามาริมทะเลสาบ
จากนั้น เรามุ่งหน้าสู่ทะเลสาบทั้ง 5 แห่งฟูจิ โดยเฉพาะทะเลสาบคาวากูจิ ทะเลสาบแห่งนี้มีทัศนียภาพของภูเขาไฟฟูจิที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะภาพสะท้อนของภูเขาที่ส่องประกายบนผิวน้ำ เราล่องเรืออย่างผ่อนคลาย ซึ่งทำให้เราได้ถ่ายภาพที่สวยงามได้มากมาย ค่าเช่าเรือเริ่มต้นที่ 1,000 เยนสำหรับการนั่งเรือ 30 นาที
สำหรับที่พัก เราพักที่โรงแรม Oike ซึ่งอยู่ใกล้ทะเลสาบ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 20,000 เยนต่อคืน ห้องพักของโรงแรมมีวิวภูเขาไฟฟูจิแบบไร้สิ่งกีดขวาง ในตอนเย็น เราเพลิดเพลินกับอาหารค่ำแบบไคเซกิแบบดั้งเดิม ซึ่งประกอบไปด้วยอาหารท้องถิ่นรสเลิศ
3. เจดีย์ชุเรโตะ: จุดชมวิวสุดคลาสสิก
การเดินทางของเราดำเนินต่อไปยังเจดีย์ชุเรโตะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของศาลเจ้าอาราคุระเซ็นเก็นในฟูจิโยชิดะ เจดีย์มีทั้งหมด 5 ชั้น ซึ่งให้ทัศนียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของภูเขาไฟฟูจิ ท่ามกลางดอกซากุระบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง เราเดินขึ้นบันได 400 ขั้นเพื่อไปยังเจดีย์ และวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาก็คุ้มค่าแก่การไปเยี่ยมชมอย่างยิ่ง ไม่มีค่าธรรมเนียมเข้าชม และเปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี
4. สถานีที่ 5 ของเส้นทางฟูจิซูบารุ: วิวจากที่สูง
สำหรับผู้ที่ต้องการขึ้นไปใกล้ยอดเขาโดยไม่ต้องปีนขึ้นไป สถานีที่ 5 ของเส้นทางฟูจิซูบารุเป็นสถานที่ที่ห้ามพลาด ตั้งอยู่บนความสูง 2,305 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จุดนี้จึงสามารถชมวิวภูเขาไฟฟูจิและทิวทัศน์โดยรอบได้อย่างใกล้ชิด เราขึ้นรถบัสจากฐานซึ่งมีค่าใช้จ่ายเที่ยวละ 2,000 เยน สถานีนี้เปิดให้บริการตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน และเราตื่นเต้นมากที่ได้เห็นทิวทัศน์อันสวยงามจากระดับความสูงนี้
5. โรงแรมเฉพาะทางในบริเวณใกล้เคียง
นอกจาก Hakone Kowakien Ten-yu แล้ว ยังมีที่พักที่ยอดเยี่ยมอีกแห่งคือ Fuji View Hotel ซึ่งตั้งอยู่ที่ 3000 Oishi, Fujikawaguchiko โดยมีราคาห้องพักเริ่มต้นที่ 25,000 เยนต่อคืน โรงแรมแห่งนี้มีที่พักที่สะดวกสบายและวิวภูเขาไฟฟูจิที่สวยงามจากห้องพักของคุณ
6. อาหารท้องถิ่นและราคา
การมาเยือนภูมิภาคนี้ถือว่าไม่สมบูรณ์แบบหากไม่ได้ลิ้มลองอาหารท้องถิ่น ในฮาโกเนะ เราได้ลิ้มลองไข่ออนเซ็นในราคาชามละ 300 เยน ในบริเวณทะเลสาบทั้งห้าแห่งฟูจิ เราได้ลิ้มรสโฮโตะ ซึ่งเป็นบะหมี่ซุปที่มีรสชาติเข้มข้นและมีต้นกำเนิดในภูมิภาคนี้ โดยมีราคาชามละประมาณ 1,200 เยน
การเดินทางของเราเพื่อชมภูเขาไฟฟูจิเต็มไปด้วยประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืมและทัศนียภาพอันน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการแช่น้ำพุร้อน ล่องเรือในทะเลสาบ หรือชมวิวเจดีย์แบบคลาสสิก แต่ละจุดต่างก็มอบมุมมองที่ไม่เหมือนใครและน่าทึ่งของภูเขาอันเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น
เราหวังว่าคำแนะนำเหล่านี้อาจช่วยให้คุณได้รับประสบการณ์การผจญภัยบนภูเขาไฟฟูจิอย่างเต็มที่นะ!