คุณเคยฝันที่จะยืนอยู่บนขอบหุบเขาที่สวยงามตระการตา ล้อมรอบด้วยทิวทัศน์สีเขียวชอุ่มและแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวหรือไม่?


ในทริปไอซ์แลนด์ล่าสุดของเรา เรามีโอกาสสำรวจ Fjaðrárgljúfur และกลายเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของการผจญภัยของเรา


การเดินทางผ่านหุบเขา


เมื่อเราเข้าใกล้ Fjaðrárgljúfur สิ่งแรกที่สะดุดตาเราคือขนาดมหึมาของหุบเขาอันงดงามแห่งนี้ ซึ่งถูกกัดเซาะโดยน้ำแข็งละลายเป็นเวลานับพันปี มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตรและลึกถึง 120 เมตร มอสสีเขียวสดใสที่ปกคลุมผนังหุบเขาทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้าสู่ดินแดนในเทพนิยาย


สามารถเข้าชมหุบเขาได้ตลอดทั้งปี และไม่มีค่าธรรมเนียมเข้าชม ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักเดินทางที่มีงบประมาณจำกัด เราเริ่มการสำรวจด้วยการเดินป่าตามเส้นทางที่ทำเครื่องหมายไว้ชัดเจนซึ่งทอดยาวไปตามขอบหุบเขา วิวทิวทัศน์นั้นสวยงามตระการตามาก! เราอดใจไม่ไหวที่จะถ่ายรูปมากมายในขณะที่ชมหน้าผาสูงตระหง่านและแม่น้ำคดเคี้ยวเบื้องล่าง


1. ประสบการณ์การเดินป่าที่น่าประทับใจ


ระหว่างการเดินป่า เราได้เดินทางไปยังจุดชมวิวหลายจุด ซึ่งแต่ละจุดมีมุมมองที่แตกต่างกันเกี่ยวกับความงามของหุบเขา มีจุดหนึ่งที่เรียกกันว่า “รังอินทรี” ซึ่งมีทัศนียภาพอันกว้างไกลที่ทำให้เราตะลึง เรายืนอยู่ตรงนั้น รู้สึกถึงสายลมสดชื่นพัดผ่านใบหน้าและความตื่นเต้นจากงานศิลปะของธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรา


ขณะที่เราสำรวจ เราได้เรียนรู้ว่า Fjaðrárgljúfur มีชื่อเสียงในฐานะสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และมิวสิควิดีโอหลายเรื่อง รวมถึงเพลง “I-Will-Show-You” ของ Justin Bieber ข้อเท็จจริงที่น่าสนุกนี้ทำให้การมาเยือนของเราพิเศษยิ่งขึ้น เพราะเราได้จินตนาการถึงฉากต่างๆ ที่ถูกถ่ายทอดออกมาในสถานที่อันน่าทึ่งแห่งนี้


2. สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง


หลังจากเดินป่าอันน่าจดจำแล้ว เราก็ตัดสินใจไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงกัน ไฮไลท์อย่างหนึ่งคือ Svartifoss ซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยงามซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Vatnajökull ห่างจาก Fjaðrárgljúfur เพียงขับรถไปไม่ไกล เสาหินบะซอลต์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ทอดยาวรอบน้ำตกเป็นความฝันของช่างภาพเลยล่ะ!


Svartifoss เปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี และเส้นทางเดินป่าไปยังน้ำตกใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยาน ค่าเข้าชมอุทยานอยู่ที่ 1,000 ISK ต่อคน แต่ทิวทัศน์อันน่าทึ่งและความงามตามธรรมชาติก็คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์


3. พักผ่อนอย่างสบายที่ Hotel Fjaðrárgljúfur


สำหรับที่พักของเรา เราเลือกพักที่ Hotel Fjaðrárgljúfur ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวก ห่างจากหุบเขาเพียงไม่กี่นาที โรงแรมที่มีเสน่ห์แห่งนี้มีห้องพักแสนสบายพร้อมทิวทัศน์อันสวยงามของภูมิประเทศโดยรอบ ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 15,000 ISK ต่อคืน จึงเป็นฐานที่มั่นที่สะดวกสบายและผ่อนคลายสำหรับการผจญภัยของเรา


โรงแรมยังมีร้านอาหารภายในโรงแรม ซึ่งเราได้เพลิดเพลินกับอาหารไอซ์แลนด์แสนอร่อย รวมทั้งปลาที่จับได้สดๆ และอาหารเนื้อแกะแสนอร่อย หลังจากเดินป่ามาทั้งวัน ที่นี่ถือเป็นวิธีที่สมบูรณ์แบบในการผ่อนคลายและทบทวนประสบการณ์อันน่าทึ่งของเรา


เคล็ดลับที่เป็นประโยชน์สำหรับการมาเยือนของคุณ


หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไป Fjaðrárgljúfur นี่คือเคล็ดลับที่เป็นประโยชน์บางประการที่จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ของคุณ:


การเดินทาง: Fjaðrárgljúfur ตั้งอยู่ริมถนนหมายเลข 1 ซึ่งเป็นถนนวงแหวน ทำให้สามารถเดินทางมาได้สะดวกด้วยรถยนต์ ใช้เวลาขับรถจากเรคยาวิกประมาณ 3 ชั่วโมง เวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม: ช่วงฤดูร้อน (มิถุนายนถึงสิงหาคม) เป็นช่วงที่มีสภาพอากาศดีที่สุดสำหรับการเดินป่า แต่ความงามของหุบเขาในฤดูหนาวก็สวยงามตระการตาด้วยทิวทัศน์ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ


สิ่งที่ควรนำมา: อย่าลืมสวมรองเท้าเดินป่าที่แข็งแรงและเตรียมน้ำและของว่างให้เพียงพอสำหรับการผจญภัยของคุณ กล้องถ่ายรูปเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการถ่ายภาพทิวทัศน์ที่สวยงาม!


เคารพธรรมชาติ: โปรดเดินตามเส้นทางที่ทำเครื่องหมายไว้เพื่อปกป้องระบบนิเวศอันบอบบางของหุบเขา การอนุรักษ์สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาตินี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้มาเยือนในอนาคต


Fjaðrárgljúfur เป็นจุดหมายปลายทางที่สวยงามตระการตาซึ่งแสดงให้เห็นความงามตามธรรมชาติของทิวทัศน์ของไอซ์แลนด์ ตั้งแต่การเดินป่าที่น่าตื่นเต้นของเราไปตามขอบหุบเขาไปจนถึงทิวทัศน์อันสวยงามของ Svartifoss การเดินทางของเราผ่านสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาตินี้ช่างน่าจดจำจริงๆ ดังนั้นมาเตรียมกระเป๋าของคุณให้พร้อมและเตรียมพร้อมที่จะสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของ Fjaðrárgljúfur คุณจะไม่เสียใจ!