คุณเคยมองขึ้นไปที่บิ๊กเบน หอนาฬิกาที่มีชื่อเสียงที่สุดของลอนดอน และสัมผัสถึงความยิ่งใหญ่เหนือกาลเวลาของมันหรือไม่?
บิ๊กเบน ไม่เพียงแต่เป็นนาฬิกาเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งประวัติศาสตร์อันยาวนานของอังกฤษและเส้นขอบฟ้าใจกลางกรุงลอนดอนอีกด้วย
แม้ว่าเราทุกคนจะรู้จักบิ๊กเบน แต่ชื่อนี้จริงๆ แล้วหมายถึงระฆังขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในหอคอย ระฆังอันเป็นสัญลักษณ์นี้จะตีดังไปทั่วเมืองทุกชั่วโมง เพื่อบอกเวลาให้กับชาวลอนดอนตั้งแต่ปี 1859 หอนาฬิกาแห่งนี้ได้รับชื่ออย่างเป็นทางการว่าหอเอลิซาเบธ เพื่อเป็นการยกย่องแด่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี
บิ๊กเบนผ่านเหตุเพลิงไหม้ ประวัติศาสตร์ และสภาพอากาศมาแล้วมากมาย แต่ก็ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงเพื่อเตือนใจถึงความอดทนของอังกฤษ เมื่อระฆังตีดังก็ไม่ใช่แค่เสียง แต่เป็นมรดกที่ได้ยินทั่วลอนดอนและแม้แต่ออกอากาศไปทั่วโลกในงานพิเศษ
การออกแบบหอคอยแห่งนี้ถือเป็นผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมกอธิคแบบวิกตอเรียน ซึ่งเป็นสไตล์ที่ผสมผสานงานหินอันประณีตเข้ากับความยิ่งใหญ่ หน้าปัดนาฬิกาบิ๊กเบนสูง 96 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 7 เมตร โดยแต่ละเข็มนาทียาวกว่า 4 เมตร รายละเอียดเหล่านี้ทำให้บิ๊กเบนไม่เพียงแต่เป็นนาฬิกาเท่านั้น แต่ยังเป็นงานศิลปะอีกด้วย
เมื่อพระอาทิตย์ตก หอคอยจะสว่างไสวและสาดแสงอบอุ่นเหนือเวสต์มินสเตอร์ การชมหอคอยที่ส่องสว่างในตอนกลางคืนเป็นประสบการณ์ที่มหัศจรรย์ และไม่น่าแปลกใจเลยที่แลนด์มาร์คแห่งนี้จะเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายรูปที่คนถ่ายรูปมากที่สุดในลอนดอน
บิ๊กเบนขึ้นชื่อในเรื่องความแม่นยำที่เหลือเชื่อ แม้ว่าลอนดอนจะมีอากาศชื้นและหนาวเย็นเป็นบางครั้ง แต่นาฬิกาเรือนนี้ก็มีชื่อเสียงในเรื่องความแม่นยำมาเป็นเวลากว่าหนึ่งศตวรรษครึ่งแล้ว แม้แต่เหรียญเพนนีเก่าๆ ก็ยังถูกวางไว้บนลูกตุ้มเพื่อให้นาฬิกาเดินตรงเวลา ซึ่งเป็นประเพณีของอังกฤษที่เน้นย้ำถึงการบำรุงรักษาที่แปลกประหลาด
แม้ว่านาฬิกาจะแทบไม่เคยหยุดเดินเลย แต่นาฬิกาก็หยุดหลายครั้งเพื่อการซ่อมแซม โดยครั้งล่าสุดคือระหว่างปี 2017 ถึง 2021 การบูรณะครั้งนี้ทำให้ชาวลอนดอนได้มีช่วงเวลาเงียบสงบที่หาได้ยาก และทำให้เสียงระฆังตีครั้งแรกในรอบสี่ปีนั้นน่าจดจำยิ่งขึ้นเมื่อนาฬิกากลับมาอีกครั้ง
บิ๊กเบนกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคี ความแข็งแกร่ง และมรดกของสหราชอาณาจักร โดยระฆังใบนี้มักจะตีบอกเหตุการณ์สำคัญระดับชาติต่างๆ ตั้งแต่วันเฉลิมฉลองปีใหม่ไปจนถึงวันรำลึกทหารผ่านศึก และยังเป็นพยานแห่งประวัติศาสตร์ที่เงียบงัน ตั้งแต่การประท้วงทางการเมืองไปจนถึงขบวนพาเหรดของราชวงศ์
เมื่อบิ๊กเบนถูกทิ้งระเบิดในช่วงสงครามสายฟ้าแลบในประวัติศาสตร์ การอยู่รอดของบิ๊กเบนก็กลายมาเป็นประภาคารแห่งความหวังสำหรับชาวอังกฤษ นาฬิกายังคงตีบอกเวลาอย่างต่อเนื่องเพื่อสื่อถึงความพากเพียรของประเทศ
แม้ว่าผู้เยี่ยมชมจะไม่สามารถเข้าไปชมหอนาฬิกาได้ แต่สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงก็มอบประสบการณ์เต็มรูปแบบให้กับศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของลอนดอน เดินเล่นไปตามแม่น้ำเทมส์เพื่อชมบิ๊กเบนในมุมที่ดีที่สุดและเก็บภาพไว้กับอาคารรัฐสภาที่อยู่เบื้องหลัง
หากคุณสนใจประวัติศาสตร์อังกฤษ เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์และอาคารรัฐสภาที่อยู่ใกล้เคียงจะมอบประสบการณ์ที่ล้ำลึกสู่อดีตของอังกฤษ และหากคุณโชคดีพอที่จะได้ไปลอนดอนทุกชั่วโมง ให้หยุดพักและฟังเสียงระฆัง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่บ่งบอกถึงจังหวะของเมืองได้เป็นอย่างดี
ไม่ว่าคุณจะเป็นช่างภาพมืออาชีพหรือแค่ถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์ บิ๊กเบนก็เป็นสถานที่ที่สวยงาม แสงยามเช้าช่วยเก็บรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างงดงาม ขณะที่พระอาทิตย์ตกดินเป็นฉากหลังที่สวยงาม ลองถ่ายภาพจากมุมต่างๆ เช่น สะพานเวสต์มินสเตอร์และริมฝั่งแม่น้ำเทมส์เพื่อถ่ายภาพที่ไม่เหมือนใคร
สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพระยะใกล้ ให้โฟกัสที่หน้าปัดนาฬิกา ตัวเลขโรมันและเข็มนาฬิกาที่ประดับประดาทำให้ภาพดูน่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อซูมเข้าไปเพื่อให้เห็นรายละเอียด
สำหรับคนในท้องถิ่น บิ๊กเบนเป็นเพื่อนที่คุ้นเคย สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว บิ๊กเบนเป็นสถานที่สำคัญที่ไม่ควรพลาดซึ่งจะนำประวัติศาสตร์ของลอนดอนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง อาจดูเหมือนเป็นแค่เพียงนาฬิกา แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอังกฤษ เป็นสัญลักษณ์ของความอดทน และมีความเชื่อมโยงกับรุ่นต่อรุ่น
ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเดินผ่านหรือเฝ้าดูจากระยะไกล โปรดจำไว้ว่าทุกเสียงนาฬิกาที่บิ๊กเบนดังขึ้นจะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ เรื่องราวเกี่ยวกับประเพณี ความอดทน และเสน่ห์เหนือกาลเวลา ครั้งต่อไปที่คุณได้ยินเสียงระฆังดังขึ้น โปรดใช้เวลาสักครู่เพื่อชื่นชมสถานที่ของบิ๊กเบนในโลกและใจกลางลอนดอน