ถนนหมายเลข 66 ซึ่งทอดยาวกว่า 2,400 ไมล์จากชิคาโกไปยังซานตาโมนิกา ได้ถูกขนานนามว่าเป็น "ถนนสายหลักของอเมริกา" สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2469 ในฐานะทางหลวงสายสำคัญที่เชื่อมต่อภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของมิดเวสต์กับชายฝั่งตะวันตก
แม้ว่าถนนสายนี้จะเลิกใช้งานอย่างเป็นทางการในปี 1985 แต่จิตวิญญาณของถนนสายนี้ยังคงอยู่และดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยคำมั่นสัญญาแห่งอิสรภาพ ความคิดถึง และการผจญภัย มาดูกันว่าอะไรที่ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นเส้นทางท่องเที่ยวในตำนาน และเหตุใดถนนสาย 66 จึงยังคงเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่นักเดินทางทั่วโลกต้องไปเยือนสักครั้ง
คุณกำลังเริ่มออกเดินทางบนถนน Route 66 ในชิคาโกใช่หรือไม่? อย่าลืมแวะที่ป้าย Route 66 Begin ที่ Adams Street เมืองนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายให้คุณได้เลือกชม เช่น Millennium Park, Art Institute และแน่นอนว่ายังมีพิซซ่าถาดลึกที่อร่อยที่สุดอีกด้วย ชิคาโกเป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัยของเมืองและอเมริกันคลาสสิก ทำให้คุณพร้อมสำหรับทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้า จุดเริ่มต้นที่นี่จะช่วยให้คุณได้สัมผัสกับประสบการณ์บนถนน Route 66 เต็มรูปแบบ โดยเริ่มจากทิวทัศน์เมืองที่พลุกพล่านและค่อยๆ เปลี่ยนเป็นถนนโล่ง
จุดหมายต่อไป: พอนเทียก ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอเกียรติยศและพิพิธภัณฑ์ Route 66 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เข้าชมได้ฟรี โดยจัดแสดงประวัติศาสตร์และเสน่ห์เฉพาะตัวของถนนสาย Mother Road ด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังสุดแปลกตา รถยนต์วินเทจ และของที่ระลึกต่างๆ ความดึงดูดของถนนสาย 66 ไม่ได้มีแค่สถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งแปลกประหลาด เช่น Hippie Van ของ Bob Waldmire ซึ่งเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังบนล้อ พอนเทียกเป็นเมืองแรกที่คุณจะได้สัมผัสกับสถานที่อันหลากหลายที่คุณจะพบได้ตลอดทางหลวงที่มีชื่อเสียงสายนี้ นอกจากนี้ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสีสันสดใสมากมายทั่วเมือง ทำให้ที่นี่เป็นสวรรค์ของช่างภาพ!
เวลาเปิดทำการของพิพิธภัณฑ์: ทุกวัน: 9.00 - 17.00 น.
เมืองสปริงฟิลด์ รัฐมิสซูรี ซึ่งรู้จักกันในนาม “แหล่งกำเนิดของเส้นทางหมายเลข 66” เป็นสถานที่ที่คุณไม่ควรพลาด ที่นี่ คุณจะได้พบกับพิพิธภัณฑ์รถยนต์เส้นทางหมายเลข 66 (ค่าเข้า 15 ดอลลาร์) ซึ่งจัดแสดงรถยนต์คลาสสิกและหายากกว่า 60 คัน เช่น รถเดอโลเรียนรุ่นปี 1981 และรถฮัดสันรุ่นปี 1926 อย่าพลาด Fantastic Caverns ซึ่งเป็นถ้ำที่สามารถเข้าไปเที่ยวชมได้ (ราคาประมาณ 28 ดอลลาร์สำหรับผู้ใหญ่) ซึ่งช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้อย่างสะดวกและง่ายดาย พร้อมทั้งสัมผัสความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาของรัฐมิสซูรี นอกจากนี้ เมืองสปริงฟิลด์ยังเป็นที่ตั้งของร้านไดรฟ์ทรูแห่งแรกที่มีชื่อว่า Red’s Giant Hamburg ซึ่งเป็นร้านอาหารที่ต้องลองไปสักครั้งหากต้องการรับประทานอาหารแบบย้อนยุค
ถ้ำ Meramec ตั้งอยู่ห่างจากเซนต์หลุยส์ไปประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นระบบถ้ำยาว 4.6 ไมล์ เปิดให้เข้าชมและชมโครงสร้างใต้ดินอันน่าประทับใจ (ราคา 25 ดอลลาร์สำหรับผู้ใหญ่) ถ้ำแห่งนี้เคยมีข่าวลือว่าเป็นแหล่งซ่อนตัวของอาชญากรอย่างเจสซี เจมส์ แต่กลับทำให้ประวัติศาสตร์กลับมามีชีวิตอีกครั้ง แม้ว่าคุณจะไม่ได้สนใจเรื่องธรณีวิทยา แต่ถ้ำแห่งนี้ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวริมถนนที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งคุณสามารถยืดเส้นยืดสาย คลายร้อน และถ่ายรูปสวยๆ ได้ สถานที่แห่งนี้เป็นตัวอย่างของความประหลาดใจที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิดซึ่งทำให้ถนนสาย 66 มีเสน่ห์มาก
เมื่อเดินทางต่อไปยังโอคลาโฮมา Blue Whale of Catoosa ถือเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงที่สุดของเส้นทางหมายเลข 66 รูปปั้นวาฬสูง 80 ฟุตนี้สร้างขึ้นในช่วงต้นทศวรรษปี 1970 เพื่อเป็นของขวัญวันครบรอบแต่งงาน โดยตั้งอยู่ริมสระน้ำเล็กๆ เชิญชวนให้นักเดินทางแวะพักและถ่ายรูปสนุกๆ Blue Whale เป็นตัวแทนของจิตวิญญาณที่แปลกประหลาดและสนุกสนานของเส้นทางหมายเลข 66 คุณสามารถเข้าชมได้ฟรี และมีโต๊ะปิกนิกไว้ให้บริการหากคุณต้องการแวะทานของว่างก่อนออกเดินทางอีกครั้ง
แม้ว่าเส้นทางหมายเลข 66 จะให้ความรู้สึกอิสระและน่าตื่นเต้น แต่การวางแผนเล็กน้อยก็ช่วยให้คุณไม่พลาดส่วนที่ดีที่สุดได้ อย่าลืมคำนึงถึงสถานที่ตั้งของปั๊มน้ำมัน เนื่องจากอาจมีปั๊มน้ำมันไม่มากนักในบางช่วง และระวังการให้บริการที่จำกัดในพื้นที่ชนบท สุดท้าย อย่าลืมเตรียมของว่างที่เป็นมิตรกับรถยนต์และเพลงเพราะๆ ไปด้วยเพื่อคงจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยไว้ คุณพร้อมที่จะสร้างความทรงจำแล้วหรือยัง ถนนเปิดโล่งรอคุณอยู่ ดังนั้นรัดเข็มขัดนิรภัยให้แน่นหนา แล้วปล่อยให้เส้นทางหมายเลข 66 นำคุณไปสู่การผจญภัยครั้งใหม่!