ทะเลทราย Sossusvlei ในนามิเบียเป็นภูมิประเทศที่น่าหลงใหลของเนินทรายที่ไม่มีที่สิ้นสุด สีสันที่สดใส และความเงียบสงบที่ทั้งน่าหลงใหลและสวยงาม
ทะเลทรายแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องเนินทรายสูงตระหง่านอันเป็นเอกลักษณ์และต้นไม้สูงตระหง่านที่ยืนตระหง่านท่ามกลางฉากหลังของภูมิประเทศที่กว้างใหญ่และรกร้างว่างเปล่า
ทะเลทราย Sossusvlei เป็นสถานที่ที่ต้องไปเยี่ยมชมสำหรับผู้รักธรรมชาติ ช่างภาพ และผู้ที่ต้องการสัมผัสกับความงามอันบริสุทธิ์ของทะเลทรายนามิบ นี่คือคู่มือการเดินทางที่ครอบคลุมเพื่อช่วยให้ชาวไลก์เกอร์วางแผนการเยี่ยมชมที่น่าประทับใจได้
ทะเลทราย Sossusvlei ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Namib-Naukluft ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 50,000 ตารางกิโลเมตร ทำให้เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกา พื้นที่นี้ค่อนข้างห่างไกล ดังนั้นการเดินทางไปยังทะเลทรายแห่งนี้จึงต้องมีการวางแผนล่วงหน้า:
โดยเครื่องบิน: สนามบินที่ใกล้ที่สุดกับทะเลทราย Sossusvlei คือสนามบินนานาชาติ Hosea Kutako ในเมืองวินด์ฮุก ซึ่งเป็นเมืองหลวงของนามิเบีย จากวินด์ฮุก ขับรถไปยังภูมิภาค Sossusvlei ใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง
โดยถนน: นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกที่จะเช่ารถขับเคลื่อนสี่ล้อในวินด์ฮุกและขับรถไปเอง โดยแนะนำให้ใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเนื่องจากถนนที่มุ่งไปยังอุทยานเป็นทรายและกรวด โดยทั่วไปสภาพถนนจะดี แต่จำเป็นต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะในบริเวณทรายใกล้กับเนินทราย
สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางแบบสบายๆ ยังมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำส่วนตัวและทัวร์แบบมีไกด์จากวินด์ฮุก ซึ่งให้บริการขนส่ง เข้าชมอุทยาน และทัวร์นำเที่ยว
ค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยาน: ประมาณ 100 ดอลลาร์นามิเบีย (ประมาณ 7 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อคน และค่าธรรมเนียมยานพาหนะเพิ่มเติม 10 ดอลลาร์นามิเบีย (ประมาณ 0.70 ดอลลาร์สหรัฐ) ราคาอาจแตกต่างกัน ดังนั้นควรสอบถามที่ประตู
เวลาเปิดทำการ: อุทยานเปิดตอนพระอาทิตย์ขึ้นและปิดตอนพระอาทิตย์ตก แนะนำให้เข้าไปในตอนเช้าหรือบ่ายแก่ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนในตอนเที่ยงวันและเพื่อชมเนินทรายในแสงที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพ
เมื่อเข้าไปข้างในแล้ว Sossusvlei จะอยู่ห่างจากประตูอุทยานประมาณ 60 กิโลเมตร (37 ไมล์) โดยมีป้ายบอกทางตลอดทางเพื่อแนะนำจุดสำคัญต่างๆ เช่น Dune 45 และ Deadvlei ที่มีชื่อเสียง
1. Dune 45
Dune 45 เป็นเนินทรายที่สวยงามโดดเด่นและเข้าถึงได้ง่าย เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาเยี่ยมชม ตั้งชื่อตามที่ตั้งซึ่งอยู่ห่างจากทางเข้าอุทยาน 45 กิโลเมตร เนินทรายแห่งนี้เป็นหนึ่งในเนินทรายที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เนื่องจากมีรูปร่างที่แกะสลักอย่างสวยงามและมีสีแดง
เวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม: เช้าตรู่หรือบ่ายแก่ๆ เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม
เคล็ดลับ: การปีน Dune 45 เป็นกิจกรรมยอดนิยม และแม้ว่าจะท้าทาย แต่วิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาจากด้านบนก็คุ้มค่าแก่การไป
2. Deadvlei
Deadvlei เป็นแอ่งดินเหนียวโบราณที่ขึ้นชื่อในเรื่องต้นไม้แห้งเหี่ยวที่ดูน่ากลัว ซึ่งตายไปนานกว่า 900 ปีแล้ว แต่ยังคงยืนหยัดอยู่ได้เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้ง Deadvlei ล้อมรอบด้วยเนินทรายที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยากจะลืมเลือน ด้วยเงาของต้นไม้ที่บิดเบี้ยวตัดกับผืนทรายสีส้มและท้องฟ้าสีฟ้า
ระยะทางจาก Sossusvlei: ประมาณ 2 กิโลเมตร ผู้เยี่ยมชมต้องจอดรถแล้วเดินหรือขึ้นรถรับส่งเพื่อไปยัง Deadvlei
การถ่ายภาพ: บริเวณนี้เป็นความฝันของช่างภาพ โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่ เมื่อเงาสร้างความแตกต่างอย่างน่าทึ่งให้กับภูมิประเทศ
3. เนินทราย Big Daddy
เนินทราย Big Daddy เป็นเนินทรายที่สูงที่สุดใน Sossusvlei สูงประมาณ 325 เมตร (1,066 ฟุต) แม้ว่าจะต้องใช้ความพยายามมาก แต่ผู้ที่ขึ้นไปถึงยอดเขาจะได้รับรางวัลเป็นวิวทิวทัศน์อันน่าทึ่งของ Deadvlei และทะเลทรายโดยรอบ เคล็ดลับ: อย่าลืมนำน้ำดื่มมาเยอะ เพราะการปีนเขาอาจเหนื่อยมากเมื่อเจอแดดจัด
เหมาะที่สุดสำหรับ: นักเดินทางที่ชอบผจญภัยที่กำลังมองหาเส้นทางเดินป่าที่ท้าทายและชมทัศนียภาพอันงดงาม
นำน้ำดื่มและของว่างมาเยอะ: ใน Sossusvlei มีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่มากนัก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องนำน้ำดื่มและของว่างมาเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณวางแผนที่จะใช้เวลาทั้งวันในการสำรวจ
สวมครีมกันแดด: แสงแดดของทะเลทรายอาจแรงมาก แม้แต่ในตอนเช้าตรู่หรือบ่ายแก่ๆ แนะนำให้ทาครีมกันแดด สวมแว่นกันแดด หมวก และสวมเสื้อผ้าแขนยาวบางๆ
พิจารณาใช้บริการทัวร์แบบมีไกด์: สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับธรณีวิทยา พืช และสัตว์เฉพาะของภูมิภาคนี้ การจ้างไกด์สามารถช่วยเพิ่มประสบการณ์ได้ ไกด์จะให้คำแนะนำอันมีค่าและทำให้คุณไม่พลาดชมอัญมณีที่ซ่อนอยู่
เคล็ดลับการถ่ายภาพ: แสงที่ดีที่สุดในการถ่ายภาพความงามของ Sossusvlei คือในช่วงเวลาทองของพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เนินทรายมีเฉดสีส้มและแดงสดใส สร้างสรรค์ความตัดกันที่สวยงามกับท้องฟ้าสีฟ้าและดินเหนียวสีขาว
ทะเลทรายที่มีอายุมากกว่า 5 ล้านปี: ทะเลทรายนามิบซึ่งเป็นที่ตั้งของ Sossusvlei ถือเป็นทะเลทรายที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยมีการประมาณการว่ามีอายุอย่างน้อย 5 ล้านปี
พืชและสัตว์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ: แม้จะมีสภาพอากาศที่แห้งแล้ง แต่ทะเลทรายนามิบก็เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตที่หลากหลายอย่างน่าประหลาดใจ เช่น ออริกซ์ สปริงบ็อก และพืชเวลวิตเซียที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งสามารถอยู่รอดได้หลายพันปี
ความเชื่อมโยงกับฮอลลีวูด: ทิวทัศน์อันสวยงามของ Sossusvlei ได้รับการนำเสนอในภาพยนตร์และสารคดีหลายเรื่อง โดยนำเสนอความงามเหนือโลกให้ผู้ชมทั่วโลกได้สัมผัส
สำหรับผู้ที่ต้องการพักใกล้ Sossusvlei มีลอดจ์และสนามกางเต็นท์หลายแห่งที่ให้บริการที่พักสะดวกสบายและทิวทัศน์ทะเลทรายอันน่าทึ่ง:
Sossus Dune Lodge: ลอดจ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในอุทยาน โดยให้แขกสามารถเข้าถึงเนินทรายได้ในตอนเช้าและพักได้ในช่วงค่ำ Little Kulala: ขึ้นชื่อในเรื่องห้องพักสุดหรูและสระน้ำส่วนตัว Little Kulala มอบประสบการณ์สุดหรูหราในทะเลทราย
Sesriem Campsite: ตัวเลือกที่ประหยัด เหมาะสำหรับนักตั้งแคมป์และแบ็คแพ็กเกอร์ที่ต้องการอยู่ใกล้กับทางเข้าอุทยาน
Sossusvlei เป็นจุดหมายปลายทางเหนือจริงและน่าดึงดูดซึ่งควรอยู่ในรายการสถานที่ที่นักเดินทางทุกคนต้องไปเยือน สำหรับคุณและผู้ที่แสวงหาการผจญภัยทุกคน การเดินทางไปยังดินแดนแห่งทะเลทรายแห่งนี้รับประกันช่วงเวลาแห่งความตื่นตาตื่นใจ โอกาสในการถ่ายภาพที่ไม่มีใครเทียบได้ และการหลบหนีไปยังภูมิประเทศที่ไม่เหมือนใครที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ไม่ว่าจะสำรวจเนินทรายสูงตระหง่านหรือยืนอยู่ท่ามกลางต้นไม้โบราณใน Deadvlei Sossusvlei มอบประสบการณ์อันมหัศจรรย์ที่ติดตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้มาเยือนไปอีกนานแม้ว่าพวกเขาจะจากไปแล้วก็ตาม