Bernkastel-Kues ตั้งอยู่ในหุบเขาโมเซลของประเทศเยอรมนี เป็นจุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายทางประวัติศาสตร์ เสน่ห์ และความงามตามธรรมชาติ


เมืองนี้มีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรมยุคกลางที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีและไร่องุ่นที่สวยงาม จึงทำให้ผู้เดินทางได้สัมผัสกับการผสมผสานระหว่างการสำรวจวัฒนธรรมและการพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางทัศนียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ หากคุณกำลังวางแผนการผจญภัยครั้งต่อไป คู่มือนี้จะช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างน่าจดจำและจัดการได้อย่างดี


สำรวจปราสาท Landshut


หนึ่งในไฮไลท์ของ Bernkastel-Kues คือปราสาท Landshut ที่สง่างาม ซากปรักหักพังตั้งอยู่บนเนินเขาที่มองเห็นตัวเมืองและมองเห็นทิวทัศน์อันน่าทึ่งของแม่น้ำโมเซลและไร่องุ่นโดยรอบ ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 ครั้งแรกและผ่านประวัติศาสตร์มาหลายศตวรรษและยังคงเป็นสัญลักษณ์ที่คงอยู่ของภูมิภาคนี้


ค่าเข้าชม: เข้าชมบริเวณปราสาทได้ฟรี มีค่าธรรมเนียมเล็กน้อยสำหรับทัวร์นำเที่ยวหรือเข้าชมนิทรรศการหากมีให้บริการ


เวลาเปิดทำการ: เปิดทุกวันตั้งแต่ 10.00 น. ถึง 18.00 น. ในช่วงฤดูร้อน เวลาเปิดทำการจะสั้นลงในฤดูหนาว


การเดินทาง: คุณสามารถเดินป่าจากใจกลางเมืองไปยังปราสาทได้เป็นเวลา 15 นาที หรือจะใช้บริการรถบัสรับส่งซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มประมาณ 0.65 ยูโรต่อเที่ยว การเดินป่าเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม โดยผ่านความเขียวขจีของต้นไม้ และยังมีมุมถ่ายภาพสวยๆ ตลอดทางอีกด้วย


เดินเล่นในย่านเมืองเก่า


ย่านเมืองเก่าของ Bernkastel-Kues เป็นผลงานชิ้นเอกของบ้านไม้ครึ่งปูน ถนนปูหินกรวด และจัตุรัสตลาดที่คึกคัก Marktplatz หรือจัตุรัสตลาดเป็นหัวใจของเมือง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถดื่มด่ำกับวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ อาคารประวัติศาสตร์ เช่น Spitzhäuschen บ้านแคบๆ สมัยศตวรรษที่ 15 สร้างบรรยากาศเหมือนในนิทาน


สถานที่ที่ต้องไปเยี่ยมชม:


1. ศาลากลางเมืองสไตล์เรอเนสซองส์ สร้างขึ้นในปี 1608


2. Graacher Tor ประตูเมืองโบราณและซากป้อมปราการยุคกลางอันน่าทึ่งของเมือง


การสำรวจย่านเมืองเก่านั้นไม่มีค่าใช้จ่าย ทำให้เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าและคุ้มค่า


พักผ่อนริมแม่น้ำโมเซล


แม่น้ำโมเซลไหลอย่างสง่างามผ่านเบิร์นคาสเทล-คูเอส เป็นฉากหลังที่เงียบสงบเหมาะแก่การทำกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ว่าคุณจะเลือกเดินเล่นริมแม่น้ำ ล่องเรือ หรือเพียงแค่นั่งชื่นชมทิวทัศน์ แม่น้ำก็ช่วยเสริมบรรยากาศอันเงียบสงบของเมืองได้


ล่องเรือ: มีบริการล่องเรือชมทิวทัศน์ในราคาประมาณ 6.50 ยูโรต่อคน ทัวร์ส่วนใหญ่ใช้เวลา 1 ชั่วโมงและชมทัศนียภาพอันน่าทึ่งของไร่องุ่นและเนินเขาโดยรอบ


ตัวเลือกการปั่นจักรยาน: เช่าจักรยานในราคาประมาณ 2.60 ยูโรต่อชั่วโมงเพื่อสำรวจเส้นทางริมแม่น้ำ


อาหารท้องถิ่นและตลาด


Bernkastel-Kues ขึ้นชื่อในเรื่องผลผลิตสดในท้องถิ่นและอาหารเยอรมันแท้ๆ ร้านอาหารแบบดั้งเดิมเสิร์ฟอาหารอย่าง bratkartoffeln (มันฝรั่งทอด) จับคู่กับวัตถุดิบตามฤดูกาล ร้านเบเกอรี่ในท้องถิ่นยังขายขนมอบแสนอร่อยที่เหมาะสำหรับทานเป็นของว่างระหว่างสำรวจพื้นที่


สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ตลาดประจำสัปดาห์ซึ่งจัดขึ้นทุกเช้าวันเสาร์ในเมืองเก่าเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาด คุณจะพบสินค้าทุกอย่างตั้งแต่งานฝีมือไปจนถึงผลไม้และผักออร์แกนิก


ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม


สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเพลิดเพลินกับสภาพอากาศที่น่ารื่นรมย์และเทศกาลที่มีชีวิตชีวา ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมคือช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง เทศกาลโมเซลซึ่งจัดขึ้นทุกปีในเดือนกันยายน แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมของภูมิภาคและเป็นไฮไลท์สำหรับนักเดินทาง


วิธีเดินทาง


โดยรถไฟ: สามารถเดินทางไปยัง Bernkastel-Kues ได้อย่างง่ายดายโดยใช้สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดคือ Wittlich Hauptbahnhof จากที่นั่นจะมีรถประจำทางท้องถิ่นให้บริการเป็นประจำ โดยค่าโดยสารอยู่ที่ 2 ยูโร


โดยรถยนต์: การขับรถจากแฟรงก์เฟิร์ตไปยัง Bernkastel-Kues ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และคุณจะได้ชมทิวทัศน์ตลอดทาง มีที่จอดรถใกล้กับตัวเมืองเก่า โดยคิดค่าใช้จ่ายประมาณ 1.30 ยูโรต่อวัน


บทสรุป


Bernkastel-Kues เป็นจุดหมายปลายทางที่ผสมผสานประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว ด้วยเสน่ห์เหนือกาลเวลา ทำให้ที่นี่เชื้อเชิญนักเดินทาง ให้ก้าวเข้าสู่โลกมหัศจรรย์ยุคกลางและทิวทัศน์อันเงียบสงบ ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ พักผ่อนริมแม่น้ำ หรือลิ้มลองอาหารท้องถิ่น อัญมณีแห่งหุบเขาโมเซลแห่งนี้รับประกันการเดินทางที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม